
วันที่ 27 มมกราคม 63 เอเอฟพี และนิวยอร์กโพสต์รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019-nCOV จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 81 รายและ ยอดผู้ติดเชื้อเฉพาะในประเทศจีนเพิ่มเป็น 2,744 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 461 คน
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 63 เกิดกระแสหวาดวิตกต่อเนื่องหลังจากหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นพยาบาลโพสต์คลิปวิดีโอความยาว 4.40 นาที เปิดเผยสถานการณ์การติดเชื้อในมณฑลหูเป่ยโดยระบุว่า เป็นพยาบาลประจำโรงพยาบาลในเขตฮั่นโขว่ เมืองอู่ฮั่น ตนอัดคลิปขึ้นเพื่อบอกความจริง

จนถึงตอนนี้ในหูเป่ยและจีนมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนามากกว่า 90,000 คนแล้ว คุณรู้อะไรเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา หากมีคนติดเชื้อโคโรนาแล้วไม่ได้แยกกักกันตัว หรือได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ อัตราการติดเชื้อจะสูงมาก อย่างน้อย 14 คน จะติดต่อรับเชื้อจากคนๆ เดียวที่ป่วย นั่นหมายความว่าคน 14 คนที่ได้รับเชื้อ เพิ่มทวีคูณไปอีก 14 เท่าในอนาคตไม่ช้าก็เร็ว ตนอยากจะบอกกับใครก็ตามที่ดูคลิปนี้ว่า อย่าออกไปข้างนอก อย่าสังสรรค์ อย่ากินอาหารนอกบ้าน’ หญิงสาวที่เป็นพยาบาลกล่าว
พร้อมย้ำเตือนว่าเจ้าหน้าที่การแพทย์ในเมืองอู่ฮั่น และมณฑลหูเป่ยไม่สนใจว่ารัฐบาลจะพูดว่าอย่างไร แต่ขอน้ำใจจากทุกคนให้ช่วยบริจาคหน้ากากอนามัย แว่นตา และเส้อผ้าให้กับผู้คนในพื้นที่ประสบภัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาด แพทย์และเจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องอยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับโรคร้าย พวกเรายืนประจันหน้ากับความตาย
ก่อนย้ำว่า ให้ทุกคนหลีกเลี่ยงการอยู่นอกเคหสถาน และว่าที่ตนทำงานหนักไม่ห่วงชีวิตก็เพราะต้องการให้แม่และคนในครอบครัวปลอดภัย ขอให้ทุกคนเผยแพร่คลิปเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะดูเหมือนรัฐบาลพยายามปกปิดข้อเท็จจริงนี้ เราควรบอกทุกคนว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตอนนี้มีการกลายพันธุ์ร่างที่ 2 แล้ว และเรื่องร้ายแรงจะตามมา

และวันเดียวกัน ทีมเจ้าหน้าที่แพทย์กลุ่มแรก 128 คนจากเมืองกวางโจวถึงเมืองอู่ฮั่นแล้วเช่นกัน และจะเร่งช่วยเหลือดูแลรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเขตฮั่นโขว่ ซึ่งคาดว่ามีผู้ติดเชื้อแอดมิตมากกว่า 70 คน
ในขณะที่ นายอุลซีอีไซข่าน เอ็งค์ตุฟชิน รองนายกรัฐมนตรีมองโกเลีย ประกาศปิดชายแดนติดต่อกับประเทศจีน ทั้งถนนสำหรับรถและเส้นทางการเดินเท้า รวมถึงขยายระยะเวลาปิดสถานศึกษา ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย และพื้นที่สาธารณะ จนถึงวันที่ 2 มี.ค. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นในประเทศ
No comments:
Post a Comment